ชนะคดีแล้วลูกหนี้ไม่จ่าย สืบทรัพย์บังคับคดีทำอย่างไร
หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อศาลตัดสินให้ชนะคดีแล้ว เงินหรือทรัพย์สินจะได้คืนโดยอัตโนมัติ แต่ความจริงแล้วคำพิพากษาเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากลูกหนี้ไม่ยอมชำระเอง เจ้าหนี้ต้องดำเนินการ "บังคับคดี" ต่อไปเพื่อให้ได้เงินหรือทรัพย์สินคืนจริง
1. สืบทรัพย์คืออะไร ทำไมต้องทำ
ก่อนบังคับคดีได้ เจ้าหนี้ต้องรู้ก่อนว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง เพราะกรมบังคับคดีจะไม่ช่วยตามหาทรัพย์สินให้ เจ้าหนี้ต้องเป็นผู้เสาะหาข้อมูลเอง หรือผ่านทนายความที่มีช่องทางตรวจสอบ เช่น
- ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ในชื่อลูกหนี้
- บัญชีเงินฝากธนาคาร
- รถยนต์ ทะเบียนยานพาหนะ
- เงินเดือนหรือรายได้ประจำ (กรณีลูกหนี้เป็นพนักงาน)
2. ขั้นตอนบังคับคดี
- เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และลูกหนี้ไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด เจ้าหนี้ยื่นคำขอออกหมายบังคับคดีต่อศาล
- นำหมายบังคับคดีไปยื่นต่อกรมบังคับคดีเพื่อดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่สืบทราบมา
- กรมบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์ (เช่น ที่ดิน รถยนต์) หรืออายัดทรัพย์ (เช่น บัญชีธนาคาร เงินเดือน)
- นำทรัพย์ที่ยึดได้ไปขายทอดตลาด แล้วนำเงินมาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินให้ยึดเลย หรือโอนทรัพย์สินไปให้ผู้อื่นก่อนถูกฟ้อง เจ้าหนี้อาจต้องพิจารณาฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉล (การโอนทรัพย์เพื่อหลีกเลี่ยงหนี้) เพิ่มเติม ซึ่งเป็นคดีที่ซับซ้อนขึ้นและควรปรึกษาทนายโดยละเอียด
3. อายุความบังคับคดี
เจ้าหนี้มีสิทธิร้องขอให้บังคับคดีได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด หากปล่อยเวลาเกินกำหนดนี้ไปโดยไม่ดำเนินการ จะหมดสิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษานั้น แม้ว่าคำพิพากษาจะยังคงมีผลอยู่ก็ตาม
4. ทำไมควรให้ทนายช่วยเรื่องบังคับคดี
กระบวนการสืบทรัพย์และบังคับคดีต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางและความละเอียดรอบคอบ ทั้งเรื่องระยะเวลา เอกสาร และการประสานงานกับกรมบังคับคดี การมีทนายความช่วยดำเนินการจะช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มโอกาสได้รับชำระหนี้คืนจริง โดยเฉพาะกรณีลูกหนี้พยายามหลบเลี่ยงหรือซ่อนทรัพย์สิน
ชนะคดีแล้วแต่ลูกหนี้ยังไม่ยอมจ่ายอยู่หรือไม่?
ปรึกษาเบื้องต้น พร้อมช่วยสืบทรัพย์และดำเนินการบังคับคดีให้ได้เงินคืนจริง
โทร 081 927 7010